Surgery Program

ทำตา 2 ชั้น

ทำตา 2 ชั้นดีไหม???

การผ่าตัดทำตา 2 ชั้น ช่วยให้ความคมของหน้าเพิ่มขึ้น ดูมีสเน่ห์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีตาชั้นเดียว หรือผู้ที่มีอายุมากกว่า 35 ปี ที่มีปัญหาเรื่องหนังตาบนหย่อนทำให้หนังตาเหลือชั้นเดียวและผู้ที่มี ปัญหากล้ามเนื้อตาตก

รีวิวการทำตา 2 ชั้น

hd technic

เทคนิคที่1 การเย็บชั้นโดยไม่ต้องกรีดหนังตา
เป็นวิธีที่ใช้ได้สำหรับผู้ที่มีลักษณะเปลือกตาชั้นเดียวที่มีไขมันไม่มาก และหนังตาไม่ตกหย่อนมากเกินไป เนื่องจากไม่สามารถเอาไขมันและผิวหนังส่วน เกินออกไปด้วยได้ ซึ่งวิธีนี้เป็นการผ่าตัดโดยวิธีร้อยไหมอย่างเดียวเท่า นั้น จึงมีโอกาสที่ไหมที่ร้อยไว้อาจหลุดได้ แต่มีข้อดีคือ มีอาการบวมไม่มาก นัก และไม่ต้องคอยระวังเรื่องแผล เพราะเป็นจุดเย็บที่เปลือกตาเท่านั้น โดยไม่มีแผลผ่าตัด

เทคนิคที่ 2 การผ่าตัดโดยการกรีดยาว
เป็นการผ่าตัดโดยใช้มีดผ่าตัด กรีดเปิดหนังตาตั้งแต่หัวตาไปจนถึงหางตา ตาม ตำแหน่งของชั้นตาที่คนไข้ต้องการ การผ่าตัดแบบธรรมดาจะผ่าตัดด้วยมีด อีกแบบคือผ่าตัดร่วมกับการใช้ปลายเข็มไฟฟ้าที่มีปลายคมมาก ซึ่งเป็นวิธีที่ แพทย์นิยมใช้ วิธีนี้อาจผ่าตัดโดยใช้มีดผ่าตัดหรือใช้ Laser ในปัจจุบันมีการผ่าตัดโดยการใช้ Laser น้อยลงมากกว่าเมื่อก่อน เนื่องจากแผลเป็นจากการผ่าตัดด้วย Laser ค่อนข้างเห็นชัดและใช้เวลาในการรักษากว่าการใช้มีดผ่าตัด

เทคนิคที่ 3 การเย็บชั้นตาโดยการกรีดสั้น (mini incision)
เป็นการผ่าตัดตาสองชั้นโดยเปิดแผลขนาดเล็ก ไม่มีแผลเป็นยาวตลอดชั้นตา แผลจะมีความยาวประมาณ 8 – 10 mm. วิธีการนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการทำตาสองชั้นแต่ไม่มีหนังตาหย่อนจนต้องผ่าตัดหนังตา แต่มีไขมันที่เปลือกตามาก จำเป็นต้องตัดไขมันที่เปลือกตาบางส่วน ซึ่งไม่สามารถทำโดยวิธีที่ 1 ได้

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ขั้นตอนการผ่าตัด

  1. ฉีดยาชาบริเวณที่จะทำการผ่าตัด
  2. กรีดชั้นตาและเอาไขมันออก
  3. เย็บยึดชั้นตากับกล้ามเนื้อด้านล่าง
  4. เย็บปิดแผลชั้นผิวหนัง

#ใช้เวลาผ่าตัดเพียง 30 – 90 นาที ไม่จำเป็นต้องใช้เลเซอร์ซึ่งเสียค่าใช้จ่ายมากว่าการผ่าตัดธรรมดา

การเสริมจมูก (Rhinoplasty)

จมูกสวย มั่นใจ

จมูกสวย มั่นใจ

การเสริมจมูกเป็นการเพิ่มมิติ ปรับเปลี่ยนรูปทรงของจมูก ให้ รับกับรูปหน้า และดูโดดเด่นขึ้น   การเสริมจมูกเป็นศัลยกรรมที่ยอดนิยมอันดับ  1  ในประเทศไทย ซึ่งสามารถทำได้ง่าย   มีความปลอดภัยสูง  ถ้ามีปัญหาก็สามารถปรับแต่งแก้ไขได้โดยง่าย  ก่อนทำเรามารู้จักชนิดการเสริมจมูกกันก่อน

  • เสริมด้วย SILICONE เป็นที่นิยมมากที่สุด เหตุผลคือ เป็นการผ่าตัดเล็กง่ายต่อการดูแลและแก้ไขในรายที่มีปัญหาสามารถปรับแต่งทรงได้ค่อนข้างมาก  ส่วนข้อจำกัดขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้าและลักษณะเนื้อจมูกของคนไข้  ซึ่ง Silicone ที่ใช้ควรเป็น Implant grade ซึ่งสามารถอยู่ได้ในร่างกานตลอดชีวิต โดยปราศจากปฏิกิริยาต่อต้านจากร่างกาย และผ่านการรับรองความปลอดภัยจาก อย.
  • การตัดปีกจมูก เป็นการแก้ไขความกว้าง รู และปีกจมูก หรือเนื้อจมูกที่หนามากเกินไป ให้เข้ากับทรงจมูก ทาง Clinic มีการพัฒนาการใช้เทคนิคการเย็บซ่อนแผลเป็น เพื่อให้เป็นแผลเป็นน้อย และ หายไวขึ้น
  • ตัดแต่งสันจมูกผิดรูป (Nasal Hump) บางคนมีสันจมูกโก่ง ต้องทำการตัดแต่งกระดูกจมูก  กระดูกอ่อน  ตามความเหมาะสมในแต่ละบุคคล เพื่อให้ง่ายต่อการเสริมจมูกให้เป็นทรงสวย

การผ่าตัด

แพทย์จะวัดขนาดจมูกและวางแพลนการเหลาSiliconeให้ได้รูปทรงที่รับกับใบหน้า  โดยจะใช้วิธีการระงับความปวดด้วยยาชาเฉพาะที่ ระยะเวลาในการทำประมาณ 45-1ชั่วโมง และหลังผ่าตัดเสร็จคนไข้สามารถกลับบ้านได้ และมาพบแพทย์เพื่อตรวจติดตามแผล 7 วันหลังผ่า และ อีกครั้งหลังผ่าครบ 1 เดือน การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

  • ควรแจ้งประวัติการฉีดสาร Filler มาก่อนหรือไม่บริเวณจมูก
  • เคยมีประวัติเสริมจมูกมาก่อนหรือไม่ และ ถอดSilicone ออกด้วยเหตุใด นานเท่าไหร่
  • แจ้งประวัติโรคประจำตัว หรือยาที่ทานประจำ อาหารเสริมอะไรบ้าง เพราะมีผลต่อการแข็งตัวของเลือดได้
  • ถ้าสูบบุหรี่ควรงดก่อนการผ่าตัด 1 สัปดาห์และงดต่อหลังทำอีกหนึ่งเดือนเพราะการสูบบุหรี่ทำให้แผลหายไม่ดีและเป็นพังผืดมากขึ้น

การดูแลหลังผ่าตัด

  • ประคบเย็นบ่อยๆเท่าที่ทำได้ ให้นอนหมอนสูงหรือนั่งหลับ 48 ชั่วโมงหลังผ่าตัด
  • ประคบเย็นต่อเนื่องใน 2-3 วันแรก และวันที่ 4 หากมีอาการบวม หรือเขียวช้ำให้เริ่มประคบอุ่นสลับเย็นได้
  • รับประทานยาที่จัดให้ตามเวลาจนหมด หากมีอาการปวดตึงให้ทานยาพาราเซ็ตตามอลลดปวดได้
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย หรือ ใส่แว่นตาประมาณ 2 สัปดาห์ มาพบแพทย์ตามนัด
****หมายเหตุ**** การเลือกชนิดSilicone  อยู่ในดุลพินิจของแพทย์และการตัดสินใจร่วมกับคนไข้ทั้งนี้ขึ้นกับรูปใบหน้าและลักษณะเนื้อจมูกที่เป็นไปได้ และเหมาะสมที่สุด

#เกร็ดความรู้

เสริมจมูกทรงไหนดี ทรงไหนเหมาะ
*การเสริมจมูกไม่ใช่การเลือกทรง

การเสริมจมูก คือ การใช้ซิลิโคน ซึ่งเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่ทางการแพทย์ยอมรับ ว่าปลอดภัย เมื่อนำมาใช้ในร่างกายคนเรา

ทรงไหนที่เราควรจะเลือกเมื่อทำการเสริมซิลิโคน แล้วทำไมแต่ละคนเสริมจมูกด้วยซิลิโคนแล้วผลลัพธ์จึงไม่เหมือนกัน เนื่องจาก
1. เนื้อจมูกแต่ละคนนั้นแท้จริงแล้วแตกต่างกัน คนที่เนื้อหนาก็เสริมได้แบบนึง คนเนื้อน้อยก็ทำได้อีกแบบ

2. โครงจมูก แตกต่างกัน ซึ่งจะเห็นว่า เคร้าโครงกระดูก หรือ รูปร่าง จมูกแต่ละคนแตกต่างกันไป แต่จะสังเกตเห็นว่า จมูกเราจะเหมือน พ่อแม่ หรือ พี่น้องเราเรียกว่า กรรมพันธ์

3. เทคนิคการเสริมซิลิโคน ขึ้นอยู่กับโครงจมูกของแต่ละคน ดังนี้
3.1 เสริมซิลิโคน อย่างเดียวก็สวย
โดยประเภทนี้แพทย์จะทำการเหลาวัดซิลิโคนให้เหมาะสมกับ โครงจมูกและเนื้อจมูกที่มี ก็จะเห็นผลลัพธ์หลังทำการรักษาไปในมิติที่แตกต่างขึ้นแบบนี้ ง่ายและเป็นมาตรฐานทั่วไป

3.2 เสริมจมูก ปรับสันจมูกคด(ฮั้ม)
สันจมูกประเภทนี้ จะเป็นคลื่น ที่เรียกว่า ฮั้ม การเสริมซิลิโคน ลงบนพื้นที่เป็นคลื่นนี้จะทำให้ ซิลิโคนเลื่อนลอย และกระดกได้ หลังทำอาจต้องระวังการเลื่อนลงจนชนปลาย ส่งผลให้ทะลุได้
การแก้ไข จมูกสันเป็นคลื่นนี้ คือ ต้องทำการรักษา ให้สันจมูกนั้น เรียบก่อน เพื่อลองรับกับซิลิโคนที่จะวาง จึงจะสวยและปลอดภัย

3.3 จมูกหนาปลาย เนื้อสันจมูกบางแบน
ต้องดูว่า การเสริมซิลิโคนที่สูงโด่งเกินไป ที่สันจมูก อาจทำให้เนื้อบางอักเสบ และ ทะลุได้เช่นกัน จึงอาจต้องทำการออกแบบประเมิน รูปร่างซิลิโคนที่จะวาง ให้เหมาะสมด้วย จึงจะสวยงาม ในบางรายจะต้องดูร่วมว่า ปีกจมูกหนารูจมูกกว้างหรือปล่าว เพื่อทำการวางแผนไปพร้อมกัน ให้ได้ผลลัพธ์ ที่ดูธรรมชาติและปลอดภัย

3.4 จมูกสั้น เนื้อจมูกบาง
ต้องระวัง การเสริมซิลิโคน ที่พุ่ง หรือ โด่งสูงเกินไป ตะทำให้เนื้อจมูกตึงเจ็บ อักเสบ และทะลุในที่สุด
การปรับแต่ง จมูกลักษณะนี้สามารถทำได้หลายวิธี แต่ยุ่งยากซับซ้อน เช่น การต่อปลายจมูกด้วยเนื้อเยื่อเทียม , การใช้กระดูกอ่นหลังหูมารองปลาย , หรือการใช้ซี่โครงของคนไข้เอง มาเสริมแทนซิลิโคน ก็สามารถทำได้

จมูกหนา เสริมแล้วเป็นแบบไหน
การออกแบบซิลิโคน เพื่อยืดเนื้อก้อนๆออก ร่วมกับพิจารณา ปีกจมูกและรูจมูกไปด้วย เช่น รูจมูกกว้างเนื้อหนา ก็ทำการตัดแต่งเพิ่มให้เข้ารูป ช่วยลดความหนาจมูกชมพู่ได้ด้วย หรือ การเหลาแบบซิลิโคน ให้ปลายเชิดก็จะทำให้ จมูกดูเล็กลงได้ จากการเกิดมิติของรูปจมูกหลังการรักษา

ทำไม เนื้อจมูกหนา หรือ จมูกชมพู่ หลังเสริมซิลิโคน จึงดูหนาและใหญ่กว่าเดิม
ความจริง คือ หลังเสริมจมูก จมูกจะดูอ้วน หนา บวม ทุกคน เนื่องจากเทคนิคการเสริมจมูกไม่ว่าจะแบบปิด หรือ แบบเปิด ก็มีกาาบาดเจ็บของเนื้อจมูก เพราะต้องทำช่องว่าง เพื่อใส่ซิลิโคนตรงกลาง ให้แนบกับเนื้อกระดูก เพื่อไม่ให้ซิลิโคนเลื่อนลอย ดังเคสที่เนื้อจมูกหนามากๆ หลังเสริมซิลิโคนจะดูบวมหนาขึ้น อย่าตกใจ ให้ทำตามคำแนะนำแพทย์หลังเสริมซิลิโคน ทานยาให้ครบ จมูกจริงๆจะยุบบวมเห็นทรงใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน เนื้อจมูกเข้าที่ ชัดเจนคือ 12 เดือน
ถ้าหากต้องการแก้ทรงจมูกหลังวางซิลิโคน จึงควรทำหลังเสริม 3-6 เดือน อย่างเร็ว หรือ 12 เดือนขึ้นไป อย่างช้า

**เคสที่มีประวัติ ถอดซิลิโคนเพราะติดเชื้อ ทะลุ อักเสบ ต้องแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพื่อ รับคำแนะนำ ก่อนการเสริมซิลิโคนครั้งถัดไป

การปรับแต่งริมฝีปาก

ปรับแต่งริมฝีปาก เพื่อความสวย และโหวงเฮงดีขึ้น

ปรับแต่งริมฝีปาก เพื่อความสวย และโหวงเฮงดีขึ้น

เมื่อก่อน การผ่าตัดริมฝีปากอวบๆอ้วนๆให้บางลง เล็กลง ปกติ ไม่มีรูปทรงอะไร แต่ปัจจุบัน อะไรก็แปลกใหม่ตามเทรนด์ ตาม idol ตามดารา เปลี่ยนแนวเปลี่ยนสไตล์ไปเรื่อยๆเหมือนการเสริมจมูกที่หลังๆ ฮิตปลายหยดน้ำเน้นความเป็นธรรมชาติมากขึ้น

การผ่าตัดทำปากบาง พบได้ทั้ง หญิง และ ชาย 60% ต่อ 40%  ถือว่ามีความต้องใกล้เคียงกันในทุกเพศ และวัย ปัจจุบัน เทรนด์ที่ฮิตมากขึ้น คือการทำปากให้เป็นรูป กระจับ หรือรูปปีกนก  ซึ่งหลังทำ จะดูหน้าหวานขึ้น คนที่ปากอวบมากๆ จะสามารถทำได้ทั้ง2 ทรงเลย แต่หาก บางคนเนื้อริมฝีปากอวบไม่มาก ก็จะทำด้านข้างบางคล้ายปีกนก เป็นรูปทรงปีกนก

ปากที่ไม่ควรผ่าตัด

คนที่ไม่สามารถ ทำผ่าตัดปากบางได้ คือ 1. อายุมากกว่า 45 ปี 2. ยิ้มเห็นเหงือก  3. มีปัญหาปากตกข้างใดข้างหนึ่ง (FACIAL NERVR INJURY) 4.  คนที่มีปัญหาปากแหว่งแต่กำเนิด  อธิบายคร่าวๆ คือปกติคนที่มีอายุมากขึ้น ปากจะตกลงมากว่าปกติจากความหย่อนคล้อยของผิวและกล้ามเนื้ออยู่แล้ว ทำออกมาไม่สวย จึงไม่ควรผ่า  คนที่ยิ้มเห็นเหงือกหากผ่าตัดแล้ว เวลายิ้มยิ่งออกมาไม่สวย ก็ไม่แนะนำ อันไหนทำได้หมอก็จะทำให้ อันไหนทำมาไม่สวย หมอไม่แนะนำค่ะ

เรื่องโหวงเฮ้ง ปากที่ได้รูป ทำให้มีสเน่ห์  ในเรื่องหน้าที่การงาน ดึงดูดความน่าสนใจ  ความเมตตาต่อผู้พบเห็น และทำให้อุปสรรคด้านการงานลดลง ปากที่ได้รูปยังส่งเสริมด้านความรักให้สดใสราบรื่นอีกด้วย

การผ่าตัดปาก หมอจะใช้ยาชาอย่างเดียว ทำเสร็จก็สามารถกลับบ้านได้ ส่วนผลข้างเคียง จะเหมือนศัลยกรรมทั่วไป อาจจะผิดรูป เบี้ยว เอียง ไม่เท่ากันได้ เพราะผลข้างเคียงของการศัลยกรรมก็คือความไม่เป๊ะ กับความไม่พอใจนั่นเอง

บางคนหมอว่าสวย บางเป็นรูป แต่จะเอาบางอีก แบบนี้ก็พบเยอะ ส่วนปากเบี้ยว ปากชา ปากตก พบได้เป็นผลข้างเคียงที่สามารถหายได้ค่ะ หลังผ่าปากจะเข้าที่ก็ประมาณ 3 เดือน